lnwshop logo
  • ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

เทคนิคการสอบสัมภาษณ์

เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
6 เดือนที่ผ่านมา

เทคนิคการสอบสัมภาษณ์

 

1. อะไรคือสิ่งที่ผู้เข้าสอบสัมภาษณ์คาดหวังไว้

ตอบ 1. ได้รับการปฏิบัตอิย่างสุภาพ

2. มีโอกาส และเวลามากพอที่จะพูดในสิ่งที่ต้องการพูด

3. ข้อดีและข้อเสียจะถูกบันทึกไว้เพื่อการให้คะแนน

4. อาจจะต้องใช้เวลาและความคิดอย่างมากเมื่อถูกถามด้วยคำถามยากๆ

5. ผู้สัมภาษณ์ไม่ควรตัดสินใจอะไรจนกว่าจะเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์

 

2. ในขณะเดียวกันผู้สัมภาษณ์ก็จะคาดหวังจากผู้สมัครดังนี้

ตอบ 1. ผู้สมัครมีความตั้งที่จะทำงานในตำแหน่งนั้นจริงและตั้งใจจะทำการสอบสัมภาษณ์เป็นอย่างดี

2. ผู้สมัครมีความซื่อตรงต่อคำถามที่ถูกถาม ไม่พูดเท็จ

3. ผู้สมัครมีความสุภาพเรียบร้อยและตั้งใจฟังคำถาม

4. ผู้สมัครมีความสามารถตอบคำถามอะไรก็ได้ที่ผู้สัมภาษณ์จะถาม

3. การหาความรู้เกี่ยวกับงาน

ตอบ วิธีหาความรู้ง่าย ๆ คือ หาเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องมาอ่าน ติดตามเรื่องของ(หน่วยงาน) ที่

ปรากฏในหนังสือพิมพ์รายงานประจำปีความเห็นของคนที่อยู่ในสาขางานนั้นๆรวมทั้งคู่แข่งด้วย และในปัจจุบันนี้ ยิ่งสะดวกง่ายดายขึ้นโดยการค้นหาจากเว็บไซต์ของหน่วยงาน หรือหน่วยงานนั้นๆ

4. การเตรียมพูดถึงความสามารถของผู้สมัคร

ตอบ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ผู้สมัครต้องทำ โดยอาจจะทำการ์ดขนาด 3" x 5" ด้านหนึ่งให้เขียน

สิ่งที่ผู้สมัครต้องการให้ผู้สัมภาษณ์รู้เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร 5 อย่าง อีกด้านหนึงให้จดค ◌ำถามที่ผู้สมัครต้องการถามผู้สัมภาษณ์ในระหว่างการสัมภาษณ์เอาไว ◌้5 ค ◌ำถาม เอาไว้ให้พร้อม และซ้อมถาม ซ้อมตอบคำถามต่าง ๆ ทั้ง10 ข้อนี้ ให้คล่องแคล่ว ให้บิดามารดาหรือคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทฟังการถาม-ตอบ ของผู้สมัครและแก้ไขตามที่เขาวิจารณ์

5. หัวข้อประเมินผู้เข้าสัมภาษณ์

ตอบ 1. สุขภาพและสภาพร่างกาย ดูจากความแข็งแรง สภาพร่างกายที่ปรากฏ กริยา ท่าทาง

ความสามารถในการฟัง สายตา การแต่งกาย นํ้าเสียง ฯลฯ แต่มิใช่ว่าจะสำคัญไปหมดทุก ๆ อย่าง

ขึ้นอยู่กับว่าตำแหน่งงานที่เปิดรับ ว่าต้องการคุณลักษณะทางกายเป็นพิเศษอย่างไรบ้าง

2. ความสำเร็จดูจากผลการศึกษาและประสบการณ์ที่ผ่านมา เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com

3. ความฉลาดและไหวพริบ เป็นสิ่งที่ดูกันยาก อาจใช้ทดสอบเชาว์ปัญญา แต่ส่วนใหญ่แล้ว

จะดูจากความสามารถเข้าใจการเรียนรูสิ่งใหม่ๆ ได ◌้และแนวโน้มเรียนรู้งานว่าเร็วหรือช้าเพียงใด

4. ความถนัด ดูจากความสามารถที่จะพัฒนาทักษะทางด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงาน เช่น การ

ใช้เครื่องมือเครื่องกลในการทำงาน การคำนวณ ฯลฯ

5. ความสนใจดูจากประสบการณ์และทักษะที่ผู้สมัครมีผู้สมัครอาจรู้สึกว่าความสนใจของตนไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน แต่ผู้สัมภาษณ์กลับสนใจที่จะถามสิ่งนั้นด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น ต้องการดูว่ามีทักษะที่จะเป็นประโยชน์กับงานหรือเปล่า ยกตัวอย่างหากผู้สมัครเคยสนใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษามีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินให้สโมสรนักศึกษาก็อาจทำงานเกี่ยวกับงานพัสดุหรือทำบัญชีได้ดี

เป็นต้น

6. กิจกรรมในยามว่าง ดูจากวิธีการหาความสมดุลในชีวิตประจำวัน เช่น การกีฬา และงานอดิเรกว่ามีผลต่องานเพียงใด เช่น หากผู้สมัครเป็นนักกีฬาทีมชาติต้องไปฝึกซ้อมบ่อย ๆ แต่งานที่ ผู้สมัครไว้ไม่เกี่ยวข้องกับงานกีฬาก็เป็นเรื่องที่ผู้สัมภาษณ์ต้องคิด

7. เหตุการณ์สำคัญในชีวิต เป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่งที่จะใช้วัดคน แต่ก็เป็นประโยชน์แก่ผู้

สัมภาษณ์มากทีเดียว เช่น ผู้สมัครอาจเคยทำความสำเร็จความล้มเหลวปัญหาที เคยประสบหรือ

เหตุการณ์ที่สำคัญในชีวิต สิ่งเหลานี้อาจมีผลเกี่ยวโยงต่องานที่จะให้ผู้สมัครรับผิดชอบด้วย

นอกจากนี้แล้วผู้สัมภาษณ์จะพิจารณา อายุ แหล่งที่อยู่ สภาพครอบครัว สิ่งแวดล้อมรอบ ๆตัว อารมณ์ความเครียดและความก้าวร้าว ซึ่งเป็นตัวชี้ว่าผู้สมัครสามารถทำงานกับผู้อื่น ได้ดีหรือไม่เพียงใดมาเป็นเครื่องพิจารณาด้วย อาจจะไม่มีคำถามเฉพาะในเรื่องนี้ แต่ผู้สัมภาษณ์อาจวัดความเหมาะสมได้จากสิ่งอื่นๆ ที่ผู้ตอบแสดงออกมาประกอบด้วย

6. การปฏิบัติตัวหน้าห้องสอบ

ตอบ การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ต้องแน่ใจว่าท่านถึงห้องสอบทันเวลา หากมาให้ทันเวลาไม่ได้ให้โทรศัพท์แจ้งผู้สัมภาษณ์โดยด่วน อธิบายเพียงสั้นๆว่าเกิดอะไรขึ้น จะสายไปนานเท่าไรขณะที ผู้สมัครนั่ง คอยเจ้าหน้าที่เรียกตัวเข้าสอบ ให้มองดูรอบๆ ตัวอาจได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานได้มากขึ้น เช่น บรรยากาศในการทำงาน ระเบียบวินัยการประชาสัมพันธ์ เป็นต้น อย่าพยายามชวนเจ้าหน้าที่หรือเลขานุการ หรือใครต่อใครในสำนักงานคุยนานเกินไป เขาอาจไม่มีเวลาว่างและรู้สึกรำคาญ อย่าตื้อสอบถามเกี่ยวกับตัวผู้สัมภาษณ์ สิ่งที่ผู้สมัครทำไปอาจถูกรายงาน

เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com

ให้ผู้สัมภาษณ์ทราบ ควรสุภาพอ่อนน้อมต่อทุก ๆ คนที่พบ พนักงานท่าทางใจดีที่เจอในลิฟท์และช่วยกดลิฟท์ให้ท่านอาจเป็นประธานหน่วยงาน แทนที่จะเป็นพนักงานประจำลิฟท์ก็ได้

หากผู้สมัครสมัครงานทางจดหมาย ในวันนัดสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่อาจยื่นใบสมัครให้กรอกใหม่ กรณีเช่นนี้ ถ้าผู้สมัครได้เตรียมสาระสำคัญที่ต้องกรอกใบสมัครเอาไว้ก่อนล่วงหน้าตามที่ได้ทำแบบฝึกหัดเอาไว้แล้ว จะทำให้ผู้สมัครกรอกได้ง่ายและไม่เสียเวลา และเป็นภาพที่ดีตัวผู้สมัครเองด้วย

7. ภาษากายในการสอบสัมภาษณ์

ตอบ ภาษากายมีความสำคัญในการสอบสัมภาษณ์มากในปัจจุบันหลักสูตรการฝึกอบรมด้านการ

บริหารและการสัมภาษณ์มักบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับ "ภาษากาย" และการแปลความหมายเอาไว้ด้วย ฉะนั้น

1. ผู้เข้าสอบสัมภาษณ์อย่าพูด โกหก หรือเสแสร้งใดๆ

2.ผู้สัมภาษณ์ต้องการเห็นผู้สมัครมีความเชื่อมั่น เพราะผู้มีความเชื่อ มั่นย่อมตอบคำถามและให้ข้อมูลแก่ผู้สัมภาษณ์ด้วยการแสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และโต้ตอบปัญหาต่างๆ วิธีลดความตื่นเต้นและสร้างความเชื่อมั่น คือหาความรู้เกี่ยวกับคนในหน่วยงานนั้นและซ้อมการถามตอบสัมภาษณ์กับ เพื่อนสนิท ถ้าไม่สามารถหาเพื่อนมาช่วยได ◌้ ให้ใช้เทปอัดเสียงพูดของผู้สมัคร อย่าหยุดแม้จะพูดได้ไม่ดี อย่าลบเทปทิ้ง แล้วอัดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะฟังแล้วไม่ชอบใจ แต่ให้ฟังเหมือนกับว่าผู้สมัครฟังเสียงใครอยู่ก็ไม่รู้ ลองวิจารณ์ว่าเสียงน่าสนใจและเชื่อได้หรือไม่ ให้ฝึกจนกว่าจะพอใจ และไม่ว่าจะฝึกกับเพื่อน หรือฝึกกับเทป อย่าใช้บทพูด คนเราไม่จำเป็นต้องพูด เหมือนกันทุกครั้ง ทุกครั้งที่ท่านพยายามพูดเหมือนเดิมแต่ใช้คำพูดแตกต่างออกไปจะทำให้ผู้สมัครเพิ่มความมั่นใจขึ้น

3. การแต่งกายในวันสอบสัมภาษณ์ เสื้อผ้าที่ใช้แต่งในการเข้าสัมภาษณ์ควรเป็นชุดที่สุภาพสะอาด ดูว่าผู้สมัครให้ความเอาใจใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งรูปแบบและสีสันควรเข้ากันได้กับวัฒนธรรมการแต่งกายของพนักงานในหน่วยงานทีท่านเข้ารับการคัดเลือก

4. ยกมอืไหว้ทักทาย ถ้าผู้สัมภาษณ์จับมือ ให้จับอย่างกระชับอย่างจับนานเกินไป ขณะจับมือให้มองหน้าและยิ้มให้ ก่อนอื่นผู้สมัครต้องให้เวลากับตัวเองที่จะทำให้ตัวให้สบาย การมองรอบๆ ห้องจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้บ้าง สบตากับผู้สัมภาษณ์หายใจลึกๆ เว้นระยะ และเตรียมพร้อมที่จะฟังผู้สัมภาษณ์

5. ท่าทางการนั่งในขณะสอบสัมภาษณ์ให้นั่งสบาย ๆ ไม่ยื่นตัว ไม่คํ้าโต๊ะ นั่งมั่นคง ก้นชิดหนัก วางแขนไว้ข้างลำตัว อย่านั่งแบบพักผ่อน วางศีรษะนิ่ง อย่าหลบตา แต่อย่าถึงกับจ้องเขม็งขณะผู้สัมภาษณ์พูดให้มองผู้พูดขณะตอบ ให้กวาดสายตามองกรรมการสอบทุก ๆ คน เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com

6. ขณะตอบให้สังเกตว่าผู้สัมภาษณ์สนใจฟังผู้สมัครหรือไม่ ถ้าไม่ฟังให้เปลี่ยนจังหวะการพูด คำแนะนำให้ใช้โดยความระมัดระวั ง ถ้าตอบไปแล้วผู้สัมภาษณ์มีท่าทางสงสัย ให้พิจารณาดูว่าผู้สมัครได้พูดอะะไรไป และเรียนถามผู้สัมภาษณ์ว่าต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีก

8. เทคนิคในการพูด

ตอบ 1. พูดช้าๆอย่าเอามือป้องปากขณะพูด

2. อย่ากังวลกับการออกเสียงตะกุกตะกักของตัวเอง

3. ตอบง่ายๆ อย่ายาวมาก พูดเนื้อหาสำคัญๆ ควรอ้างข้อมูลที่ตนเองเคยประสบมาสนับสนุนคำตอบ

4. ในตอนแรกๆ ให้พูดช้าๆ ระมัดระวั ง จนกว่าได้ผ่อนคลายเต็มที่แล้วจึงพูดจาโต้ตอบไปตามธรรมชาติ

5. พูดให้มีระดับเสียงสูงตํ่า เน้นความหนักเบาให้มีชีวิตชีวา หรือคอยสังเกตผู้สัมภาษณ์ถ้าเขามีที่ท่าเห็นคล้อยตาม เช่น พยักหน้าให้เปลี่ยนนํ้าเสียง เน้นความสนใจของเขาอีกครั้งหนึ่ง หรือไม่เช่นนั้นก็ให้เว้นระยะหนึ่งก่อนพูดต่อ

6. ใช้เวลาในการคิดหาคำตอบแต่อย่านานจนกรรมการทนรอฟังไม่ได้จนต้องพูดแทรกขึ้น

7. อย่าพูดเร็วผู้สัมภาษณ์จะเกิดความรำคาญ และเป็นผลเสียต่อเราเอง เพราะการพูดเร็วขาดการควบคุม อาจทำให้พูดเปิดเผยมากกว่าที่ตั้งใจพูด

8.ระมัดระวังในการพูด ถึงงานอดิเรกหรืองานพิเศษของผู้สมัคร อย่าให้ผู้ฟังเข้าใจว่าผู้สมัครสนใจงานอดิเรก สนใจรายได้พิเศษมาก จนอาจใช้เวลาทำงานไปสนใจกับงานเหล่านั้น จนงานในหน้าที่ต้องเสียหาย

9. ในการตอบคำถามแต่ละครั้งควรมีความยาวอยู่ในระหว่าง 20 วินาที ถึง 2 นาที

9. ก่อนที่จะสิ้นสุดการสอบสัมภาษณ์

ผู้สมัครสามารถจะแสดงออกถึงความรู้สึกบางอย่างในขณะที่ ผู้สอบสัมภาษณ์กำลังจะแสดงสัญญาณบางอย่างออกมา ที่มีความหมายถึงการสิ้นสุดการสอบสัมภาษณ์ได้แต่ห้ามแสดความรู้สึกในเชิงต่อต้านออกไป ผู้สมัครจะต้องมีเทคนิคและความรู้สึกที่ดีในการรู้เวลาว่า กาสอบสัมภาษณ์ได้หมดเวลาลงแล้ว ผู้สอบสัมภาษณ์อาจจะนัดหมายกำหนดการสอบสัมภาษณ์อีกครังหนึ่งก็ได้ หรืออาจจะให้ข้อมูลว่าขั้นตอนต่อจากการสอบสัมภาษณ์ จะเป็นขั้นตอนอย่างไรและขั้นตอนต่อไปนั้น ผู้สมัครจะต้องใช้เวลานานเท่าไร

 

QUOTE 
ความคิดเห็นที่ #1
เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
6 เดือนที่ผ่านมา

10. แนวคำถามและตอบในการสอบสัมภาษณ์ 

ตอบ ผู้สมัครควรศึกษาแนวคำถาม และตอบอย่างคร่าวๆ ว่า คำถามในการสอบสมั ภาษณ์จะเป็ นอย่างไรได้บ้าง และเมื่อเผชิญกับคำถามประเภทนี้ จะต้องตอบในลักษณะใดจึงจะเหมาะสมและมีนํ้าหนักพอที่จะทำให้เรามีความโดดเด่นกว่าผู้สมัครรายอื่นๆ ได้

1. ชีวประวัติเบื้องต้น

แนวถาม: บางครั้งที่ผู้สัมภาษณ์ถามคำถามเหล่านี้ ก็เพื่อตรวจสอบดูว่าผู้สมัครเป็นอย่างไร ในขณะที่มาในฐานและโอกาสแตกต่างกัน เช่น ผู้สมัครสองคนอาจสอบได้คะแนนดีทั้งคู่ แต่พื้นฐานและโอกาสอาจจะมีไม่เท่ากัน เป็นต้นว่า คนแรกอาจจะมาจากครอบครัวที่มี ฐานะดี มีผู้ปกครองคอยช่วยเหลือ ถึงจะพลาดงานนี้ ก็ไม่เดือดร้อนเรื่องสถานภาพทางด้านการเงิน จึงอาจไม่ค่อยกระตือรือร้นแต่ในทางกลับกัน ผู้สมัครคนที่สองมาจากครอบครัวที่ยากจน และต้องคอยช่วยเหลือพ่อแม่ในการทำงาน แต่มีความตั้งใจจริงและอยากได้งานทำเพราะต้องการแบ่งเบาภาระของบุพการี ในลักษณะเช่นนี้ ผู้สัมภาษณ์ก็อาจจะให้คะแนนผู้สมัครคนที่สองมากกว่า เพราะมีความกระตือรือร้นและตั้งใจจริงมากกว่า ถึงแม้จะเรียนดีด้วยกันทั้งคู่ แต่องค์ประกอบอื่น ๆ ก็นับเป็นตัวแปรที่สำคัญอีกด้วย

แนวตอบ: ความจริงแล้วค ◌ำถามประเภทนี้ เป็นค ◌ำถามประเภทตรงไปตรงมา สามารถคาดการณ์

ล่วงหน้าได้ และยังง่ายต่อการตอบอีกด้วย แต่ผู้สมัครบางคนก็อาย ไม่กล้าที่จะเปิดเผยพื้นเพครอบครัวของตนเอง เพราะเกรงว่าจะถูกหัวเราะเยาะ ที่จริงแล้วผู้สมัครไม่ควรอายที จะตอบ หรือพยายามปกปิดข้อเท็จจริงและที่สำคัญคือไม่ควรพูดเท็จและควรตอบตามความเป็นจริง

2. การศึกษาและการฝึกงาน

แนวถาม: คำถามลักษณะนี้จะมุ่งไปยังการหาข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนและคะแนนที่ ผู้สมัครได้รับโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ผู้สมัครไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อนเลย หรือมีบ้างนิดหน่อยผู้สัมภาษณ์ก็จะเน้นไปยังจุดนี้ และนอกจากนี้ ก็อาจจะรวมคำถามเกี่ยวกับกิจกรรมนอกหลักสูตร เข้าไว้ด้วย เช่น การเป็นสมาชิกของชมรมต่างๆ ระหว่างเรียน ข้อมูลเหลานี้จะช่วยให้ผู้สัมภาษณ์ทำการประเมินผลการให้คะแนนได้ง่ายขึ้น เพราะพอจะมองออกว่าผู้สมัครเป็นคนเช่นไร

แนวตอบ: ในทำนองเดียวกัน คำถามเกี่ยวกับการศึกษาและการฝึกงานก็ง่ายต่อการตอบเช่นกัน นอกเสียจากผู้สมัครไม่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า ในกรณีที่ ผู้สมัครทำคะแนนได้ไม่ดีผู้สัมภาษณ์ก็อาจจะถามถึงสาเหตุที่ทำให้เขาได้คะแนนไม่ดี แต่ผู้สมัครก็ไม่ควรจะแก้ตัวไปเสียทุกกรณีไป ควรยอมรับในจุดด้อยของตนเองบ้าง เพราะความจริงแล้ว ผู้สัมภาษณ์อาจไม่ต้องการถามลึกไปถึงเหตผุลของการทำคะแนนได้ดีหรือไม่ดี แต่ที่ถามเพราะต้องการที่จะทดสอบว่า ผู้สมัครมีความสามารถในการแสดงออกได้ดีแค่ไหนเพียงใดเมื่อต้องเผชิญกับคำถามในลักษณะนี้

3. ประสบการณ์ในการทำงาน

แนวถาม: ที่จริงแล้วในจดหมายสมัครงาน และประวัติย่อก็จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการทำงานอยู่แล้ว แต่ที่ต้องถามลึกลงไปอีก ก็เพื่อดูรายละเอียดอื่นๆ เป็นต้นว่า ความสามารถในการ

เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com

ทำงานเป็นอย่างไร การทำตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างไร และทำไมจึงออกจากงานที่ว่านี้ นอกจากนี้ ก็เพื่อเป็นการทดสอบดูว่าผู้สมัครจะตอบคำถามตรงกับข้อมูลที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ในจดหมายสมัครงานและประวัติย่อหรือไม่ งานประเภทใดที่เหมาะสมกับผู้สมัครนี้ ถึงแมว่าคำถามนี้อาจจะใช้ไม่ได้กับนักศึกษาจบใหม่ๆ แต่บางรายก็ปีระสบการณ์ในการทำงานนอกเวลามาก่อนก็มี แต่ก็จะถามได้ไม่ละเอียดเหมือนกับผู้ที่เคยทำงานเต็มเวลาก่อนอยู่ดีนั่นเอง

แนวตอบ: คำตอบที่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้าเกี่ยวกับประสบการณ์ในการทำงาน ก็คือ

- เหตผุลที่ออกจากงานเก่า

- ทำไมจึงต้องการทำงานที่นี้

- เคยทำงานอะไรในตำแหน่งใดเป็นงานทีม มีส่วนช่วยส่งเสริมงานที่สมัครนี้หรือไม่

- เคยประสบความสำเร็จในการทำงานประเภทใดมาก่อนบ้างหรือไม่

- เคยมีปัญหาอะไรบ้างและแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร

- เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดีหรือไม่เพียงใด

สำหรับสองข้อแรก ก็อาจจะตอบได้ว่า เพื่อต้องการเพิ่มประสบการณ์ หาความก้าวหน้าหรืองานที่มี ความรับผิดชอบมากขึ้น หรือไม่ก็หน่วยงานที่สมัครนี้ มีชื่อเสียง หรือให้สวัสดิการดี

4. สิ่งกระตุ้นและแรงดลใจ

แนวถาม: ผู้สัมภาษณ์อาจต้องการทราบสิ่งกระตุ้นใจ และความกระตือรือร้นของผู้สมัครว่าสนใจ

งานประเภทใดเป็นพิเศษ ซึ่งก็อาจจะถามคำถามประเภท เช่น ทำไมเลือกสมัครตำแหน่งนี้ คำถาม

ลักษณะนี้ ผู้สัมภาษณ์สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้สมัครมีความทะเยอทะยานสูงหรือตํ่า เป็นไปได้หรือไม่หรือเป็นแค่เพียงความฝันเท่านั้น

แนวตอบ: ผู้สมัครควรรู้ตัวเองว่า เราต้องการทำอะไรในขณะนี้ มีแผนการอะไรบ้าง

มีแผนการอะไร ไม่ควรตอบว่า ยังไม่มีแผนการที่แน่นอน เพราะจะทำให้ดูเหมือนว่า เป็นคนหลักลอยและไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองได ◌้ควรแสดงความกระตือรือร้นและความทะเยอทะยานแต่พอดีไม่มากหรือน้อยเกินไป และผู้สมัครไม่ควรแสดงออกถึงความเป็นผู้มีความทะเยอทะยานจนเกินไป เพราะจะทำให้พลาดโอกาสได้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าผู้สัมภาษณ์อาจมองว่าผู้สมัครมีความทะเยอทะยานมาก อาจไม่ค่อยจะพอใจกับอะไรได้ง่ายๆ และอาจจะอยู่ทำงานได้ไม่นานก็ออกไปหางานใหม่ทำซึงจะทำให้หน่วยงานเสียเงินและเสียเวลาในการคัดเลือกผู้สมัครประเภทนี้ไปโดยเปล่าประโยชน์ ค ◌ำถามว่า “ถ้าคุณต้องไปทำงานต่างจังหวัดคุณจะไปได้หรือไม่ ” ก็ไม่ควรด่วนตัดสินใจปฏิเสธควรคิดให้รอบคอบเสียก่อนหรือถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็ควรแสดงให้เห็นว่า เรามีความต้องการทำงานนี้ จริงๆ แต่ทั้งนี้ ผู้สมัครก็ควรเตรียมให้พร้อมว่าสามารถปฏิบัติตามนั้นได้หรือไม่

5. ความสนใจยามว่างและงานอดิเรก

แนวถาม: คำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคำถามแบบกว้าง ๆ เช่น ใช้เวลาว่างทำอะไรบ้างหรือมีงานอดิเรกบ้างหรือไม่ คำถามประเภทนี้ จะช่วยให้ผู้สัมภาษณ์ทราบได้ว่า ผู้สมัครมี

เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com

ความสามารถในการแสดงออกอย่างไร มีความชัดเจนเพียงพอหรือไม่ ทั้งยังเป็นการตรวจสอบดูว่างานอดิเรกของผู้สมัครมีผลดีต่องานที่สมัครนั้นอย่างไร

แนวตอบ: ในการตอบคำถามเกี่ยวกับความสนใจยามว่างระวังอย่าพูดเท็จ แล้วก็อย่าตอบเพียงเพื่อเอาใจ ผู้สัมภาษณ์เป็นอันขาด ถ้าจะบอกว่างานอดิเรกของเราคืออะไรแล้ว ก็ต้องมีความมั่นใจว่าเราทำในสิ่งนั้นบ่อย ๆ จนเป็นนิสัย และสามารถพดูคุยให้รายละเอียดเกี่ยวกับงานอดิเรกประเภทนั้นได้เป็นอย่างดีเพราะมิฉะนั้น จะทำให้เราเสียเครดิต ซึ่งอาจจะมีผลทำให้ผู้สัมภาษณ์หมดความเชื่อถือในตัวเราเกือบทุกๆ เรื่องที่เราตอบไปแล้วก็ได้

6. ความชำนาญพิเศษ

แนวถาม: งานประเภทที่ต้องอาศัยความชำนาญพิเศษ เช่น ทางด้านวิทยาศาสตร์หรืองานประเภทวิชาชีพ

ต่าง ๆ ซึ่งในการทดสอบผู้สมัครนั้น นอกจากจะให้ผู้สมัครทำข้อสอบข้อเขียนแล้ว ผู้สัมภาษณ์

อาจจะต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเรียกเข้ารับการสอบสัมภาษณ์สักครั้งหนึ่ง ก่อนตัดสินใจ

ผู้ใดผู้หนึ่งเข้าทำงาน และการให้มีการสอบสัมภาษณ์ด้วยนี้ ยังจะสามารถทดสอบได้ว่า ผู้สมัครมี

ความฉับไวในการตอบข้อซักถามได้ดีเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา เร่งด่วนจะแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีเพียงใดเป็นต้น

แนวตอบ: ควรติดตามข่าว และความเคลื่อนไหวในเหตุการณ์รอบๆ ตัวเรา โดยผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น

โทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเคลื่อนไหวและกิจการของหน่วยงานหรือหน่วยงานที่เราต้องการสมัครเข้าทำงานนั้น ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

7. สุขภาพ

แนวถาม: โดยมากเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพนี้ ผู้สัมภาษณ์สามารถดูได้จากใบรับรองแพทย์ที่แนบมา

ด้วย แต่บางครั้งที ต้องถามเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพอีก ก็เพราะว่างานบางอย่างก็ต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพเป็นพิเศษ

แนวตอบ: เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพนี้ก็คงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากเพียงแต่ตอบไปตามความจริง และควรพิจารณาดูว่าสุขภาพของเราเป็นอย่างไร เป็นอุปสรรคต่องานที่จะทำหรือเปล่า และงานนั้นระบุคุณสมบัติของผู้สมัครไว้อย่างไรความจริงแล้วเราไม่สามารถเดาใจผู้สัมภาษณ์ได้ทั้งหมดว่าเขาจะถามเราอย่างไร เพราะเขามีสิทธิ เลือกถามได้ทั่วไป ผู้สมัครได้แต่เพียงเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าสำหรับถามหลักเท่านั้น ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือผู้สมัครไม่ควรแสดงอาการตื่นเต้น เมื่อเจอ

เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com

คำถามทีไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าควรอยู่ในอาการสงบและตั้งใจตอบคำถามให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ถ้าไม่เข้าใจคำถาม ก็อย่าพยายามดันทุรังตอบ เมื่อไม่เข้าใจก็ควรบอกผู้สัมภาษณ์ตามตรงว่า

“ดิฉัน/ผมไม่ค่อยจะเข้าใจความหมาย” หรือ “ดิฉัน/ผมไม่ค่อยจะแน่ใจว่าดิฉันจะเข้าใจค ◌ำถาม” และขอความกรุณาให้ถามหรืออธิบายอีกครั้ง

11. ข้อแนะนำอื่น ๆ ในการสอบสัมภาษณ์

ตอบ 1. ไม่ควรพูดในความหมายที่ว่าไม่ได้ตั้งใจมาสมัครงาน เช่น ถูกพี่สาวบังคับให้มา เพาระไม่อยากขัดใจแม่เพื่อนชวนก็เลยลองมาสมัครดูถึงแม้ว่าจะเป็ นการพูดคุยในระหว่างเพื่อน ฝูงที พบกันโดยบังเอิญที่หน่วยงานก็ตาม ถ้าฝ่ายบุคคลปะปนอยู่ในขณะนั้นได้ยินเข้าก็จะเป็นผลเสียสำหรับคุณอย่างยิ่ง

2. ถ้าฝ่ายบุคคลถามว่าคุณต้องการทำงานอะไรอย่าตอบว่า งานอะไรก็ได้หน่วยงานไหนก็ได้การตอบแบบนั้นเป็นการตอบที่เลื่อนลอยไม่มีเป้าหมายในการทำงาน

3. อย่าพูดว่าต้องการมาทำงานในระยะเวลาอันสั้น ๆ เท่านั้น

4. อย่าเส้นตื้น หัวเราะในสิ่งที ไม่ควรหัวเราะเพราะคุณกำลังอยู่ในระหว่างการสัมภาษณ์จึงควรควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในอาการสำรวมพอสมควร

5. อย่าเคร่งขรึม หน้านิ้วคิ้วขมวดในระหว่างสัมภาษณ์ซึ่งมีผลทำให้เสียบรรยากาศในการสัมภาษณ์

6. อย่าโอ้อวดว่ารู้จักมักคุ้นกับผู้บริหารระดับสูงของ

7. อย่าพูดว่าต้องไปปรึกษาผู้ปกครองก่อน การกล่าวเช่นนั้นแสดงว่าคุณยังไม่มีความกล้าในการตัดสินใจด้วยตนเอง

8. อย่าใช้อารมณ์หรือแสดงอารมณ์รุนแรงในขณะสัมภาษณ์

9. อย่าแก้ตัวปิดบังหรือหลีกเลี่ยงในกรณีที่ กรรมการสัมภาษณ์รู้เรื่ องราวของคุณแล้ว หรือมี

หลักฐานอ้างอิงได้คุณควรรับความจริง

10. อย่าเล่าเรื่องที ไม่ประสบความสำเร็จ หรือความทกุข์

11. ไม่ควรพูดจาในลักษณะที่สอดหรือแทรกในขณะผู้สัมภาษณ์กำลังพูดแต่ควรพยายามใช้ความสังเกตศึกษาสิ่งที่ ผู้สัมภาษณ์สนใจ

12. ไม่ควรพูดจาอ้อมค้อม หรือนอกประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร

13. การพูดจาฉะฉาน ชัดเจน และง่ายแก่การเข้าใจ ทั้งนี้ ต้องไม่ดังหรือค่อยจนเกินไป

การสอบสัมภาษณ์นั้นไม่มีหลักเกณฑ์แน่นอนตายตัวเพราะผลลัพธ์ที่ออกมา ขึ้นอยู่กับ เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com

ความคิดแห็น และการตัดสินใจของผู้สัมภาษณ์แต่ละคน ดังนั้นผู้สมัครจำเป็นจะต้องมีความอดทนและพร้อมมทีจะยอมรับความผิดหวังใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้น ควรจะได้หันมาพิจารณาศึกษาข้อบกพร่อง ซึ่งอาจเกิดขึ้นในครั้งก่อน ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงตัวเอง เพื่อการเข้าสอบสัมภาษณ์ในคราวต่อไปให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

12. เคล็ดลับสู่ความสำเร็จในการสัมภาษณ์ (โดยสรุป)

ตอบ 1. ตรงต่อเวลา หรือควรไปถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลานัดจริงประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

2. แต่งกายให้สะอาดสุภาพ สมฐานานุรูปและถูกกาลเทศะ

3. วางตัวสุภาพเรียบร้อยเป็นธรรมชาติ

4. ก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์ควรเคาะประตูก่อนแล้วขออนุญาตเข้าไป เมือ พบหน้าผู้สัมภาษณ์

ควรยกมือไหว้ทักทายกล่าวคำสวัสดีครับหรือสวัสดีค่ะ โดยไม่ต้องทราบก่อนว่าผู้สัมภาษณ์นั้นจะ

อ่อนหรือแก่กว่าเราหรือไม่ และจะนั่งได้ก็ต่อเมื่อผู้สัมภาษณ์กล่าวเชิญแล้วเท่านั้น หลังจากนั้นควรแนะนำ

ตัวเองว่า ชื่ออะไร เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง

5. ตั้งใจฟังคำถามหรือข้อซักถามอย่างระมัดระวั งแตไม่ต้องเกร็ง

6. หยุดคิดสักครู่ก่อนตอบคำถาม (เมื่อมั่นใจว่าเข้าใจคำถามอย่างแท้จริง) และต้องตอบให้ชัดเจนที่สุด

7. ยกเว้นการพูดโจมตีหรือพาดพิงบุคคลที่สาม

8. ควรควบคุมอารมณ์ตนเอง พยายามอดกลั้นไม่ควรแสดงกิริยาโต้ตอบ

9.สบตาพูดกับผู้สัมภาษณ์ เพราะการก้มหน้าพูดคล้ายเป็นการซ่อนเร้นอะไรบางอย่าง และแสดงถึงความเป็นคนไม่เปิดเผยจริงใจ

10.เมื่อการสัมภษณ์สร็จสิ้น ผู้สัมภาษณ์อาจจะให้กล่าวอะไรบางอย่างที่จะเป็นประโยชน์

กับผู้สมัครเองสิ่งที่ควรจะกล่าวคือผู้สมัครมีความตั้งใจที่จะมาทำงานกับหน่วยงาน หรือหน่วยงานแห่งนี้ อย่างไร

ครับก็อย่างที่พูดไว้ ในตอนที่แล้วว่า ในตอนนี้เราจะได้พูดถึงเรื่องการสอบสัมภาษณ์งาน แต่ก่อนอื่นเราก็ต้องทราบความหมายและวิธีการเสียก่อนดังนี้ครับ การสอบสัมภาษณ์งาน (Job Interview) กระบวนการสุดท้าย ของการสมัครงาน ก็คือ การสอบสัมภาษณ์ หรือ "interview" ดังนั้น จึงอาจกล่าว ได้ว่าการสอบสัมภาษณ์ ถือเป็นกุญแจสำคัญ ในอันที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ ของการสมัครงาน และในที่นี้ผู้เขียนได้รวบรวมคำถามและคำตอบ ที่พบเห็นอยู่บ่อยๆ ตามสากลนิยม และครอบคลุมหน่วยงานทุกสาขาวิชา ซึ่งโดยมากก็จะยึดคำถาม และคำตอบเหล่านี้เป็นหลัก

 

คำนิยามของคำว่า "สัมภาษณ์" (Definition of interview)

คำว่า "interview" สืบความหมายมาจาก คำว่า "sight between" หรือ "view between" ดังนั้นคำว่า "interview" จึงมีความหมายว่า การพบกันระหว่างบุคคล 2 คน (หรืออาจมากกว่านี้ ในกรณีสัมภาษณ์หมู่) กล่าวคือระหว่างผู้สัมภาษณ์ (interviewer) และผู้ถูกสัมภาษณ์ (intervicwee) เพื่อเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อันจะเป็นประโยชน์แก่ทั้งผู้รับ (employer)และผู้สมัคร (candidate) หรือ (job applicant) จุดมุ่งหมายของการสัมภาษณ์งาน (Purpose of the job interview) ถ้าผู้สมัครต้องการสอบสัมภาษณ์ให้ได้ดี ก็จำเป็นที่จะต้องเข้าใจ จุดมุ่งหมายของการสอบสัมภาษณ์ อย่าคิดแต่เพียงว่าการสอบสัมภาษณ์ คือการที่เราต้องไปนั่งตอบคำถามยากๆ ที่เกี่ยวกับตัวเราเองเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม เราควรคิดว่าการสอบสัมภาษณ์ ก็คือการที่เราได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยน ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แก่ผู้ที่อาจจะเป็นเจ้านายของเราในอนาคต กล่าวง่ายๆ การสอบสัมภาษณ์งาน ก็คือการที่เราได้มีโอกาสพูดคุย เพื่อโฆษณาขายตัวเองให้หน่วยงาน (To sell yourself to the company) นั่นเอง และที่สำคัญ การสอบสัมภาษณ์มีประโยชน์ดังนี้ คือ

1. เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และความเหมาะสมกับงานของผู้สมัคร (To judge the applicant's qualifications and suitability for the job.)

2. เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้สมัคร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ต่อการตัดสินใจของเขา ก่อนการรับข้อเสนอเข้าทำงาน (To provide the applicant with the information he needs to decide about the job.)

3. เพื่อทดสอบดูว่า ท่านมีความสนใจงาน ที่สมัครจริงหรือไม่ และนโยบายของหน่วยงาน พร้อมทั้งโอกาส ที่จะได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นที่สนใจของท่านจริงหรือไม่ (To find out if you will like the job you are applied for, whether the company's policies and prospects for promotion re attractive ehough for you to want the job.)

QUOTE 
ความคิดเห็นที่ #2
เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
6 เดือนที่ผ่านมา

เคล็ดลับ "สัมภาษณ์งาน"

การสัมภาษณ์งาน ไม่ต่างอะไร กับการปีนเขานัก เพราะถ้าพลาดพลั้ง ขึ้นมาเมื่อใด หมายถึงหายนะเมื่อนั้น ถ้าปราศจากการเตรียมตัวที่ดี กำลังปีนๆ อยู่ก็อาจร่วงหล่นลงมาได้ง่ายๆ ต่อไปนี้ คือ เกร็ดการเตรียมตัว สำหรับการสัมภาษณ์งาน ที่คุณอาจมองข้ามไป เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com

1. "

ทำการบ้าน" มาก่อน พนักงานหน่วยงานใหญ่รายหนึ่ง เล่าให้ฟังว่าเขา ถูกเรียกไปสัมภาษณ์งาน ก็เพราะหน่วยงานประทับใจ ที่เขาโทรไปสอบถามข้อมูล ของหน่วยงานก่อน การสัมภาษณ์ และเขาเป็น เพียงคนเดียว ที่ทำเช่นนั้น และเขาก็ได้งานในที่สุด การทำการค้นคว้า หาข้อมูลอย่างเปิดเผย จะช่วยคุณได้มาก ในการสัมภาษณ์ เพราะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า คุณมีความสนใจ ในหน่วยงาน หรือตำแหน่งนั้นๆ และสามารถทำให้คุณ เป็นผู้สมัครที่มีคุณสมบัติ ครบด้วยข้อมูลพื้นฐาน ที่คุณเตรียมไว้ คุณจะสามารถ ทำให้ประสบการณ์ และทักษะของคุณ มาบรรจบ กับสิ่งที่คุณรู้ว่า นายจ้างต้องการ ในการเตรียมตัว เพื่อสัมภาษณ์งาน คุณควรใช้ประโยชน์ จากห้องสมุดร้านหนังสือ งานบริการนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย และอินเทอร์เน็ต ให้เป็นประโยชน์ เพราะแหล่งข้อมูล เหล่านี้จะเป็นวิธีที่ดี ที่จะทำให้คุณได้มา ซึ่งข้อมูล ของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นเวบไซต์ของหน่วยงาน หรือจากงานวิจัยของบุคคลอื่น

2. "โชว์ให้ดูแล้วเล่าให้ฟัง" "show-and-tell" หรือ "โชว์ให้ดูแล้วเล่าให้ฟัง" เป็นเทคนิคประการหนึ่ง ที่สามารถหยิบมาใช้ ในการสัมภาษณ์งานได้ ทั้งนี้ เพราะการแสดง ให้เห็นตัวอย่างของทักษะ ที่คุณมีจะได้ผลดีกว่า การพูดคุยอย่างเดียว วิธีการ "show-and-tell" ก็เช่นการนำเสนอรายงาน การทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การวิเคราะห์ทำนายผล และหนังสือรับรอง หรือประกาศนียบัตร และถ้าคุณไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ที่จะสามารถโชว์ "พอร์ทโฟลิโอ" ของคุณได้ คุณควรนำเอาประสบการณ์ที่ "จับต้องได้จริง" มาแสดงให้เห็น มีนายจ้างจำนวนมาก ที่ใช้เทคนิคการ "สัมภาษณ์โดยดูความประพฤติ" พวกเขาเชื่อว่าพฤติกรรม ที่ผ่านมาจะเป็นตัวบ่งชี้พฤติกรรม ในอนาคต ดังนั้น ถ้าคุณถูกถาม เกี่ยวกับทักษะทั่วไป จงยกตัวอย่าง ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เปรียบ จากผู้สัมภาษณ์คนอื่น

3. ฝึกฝน! ฝึกฝน! ฝึกฝน! น่าแปลกใจที่ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวนมากชอบ "ด้นกลอนสด" ทั้งที่การไม่ฝึกฝน จะทำให้คุณรู้สึกเหมือน นักปีนเขามือเปล่า ที่ไม่มีเชือกไว้ป้องกัน การพลัดตก การเตรียมคำตอบไว้ ทำให้คุณได้เปรียบ เพราะคุณสามารถทดลอง หาประโยค และคำที่เหมาะสม ในขณะที่พูดออกไปดังๆ และการเตรียมคำตอบ ที่เป็นไปได้ ไว้ให้พร้อมจะช่วย ลดความตื่นเต้น และถ้อยคำที่ "สั่น" และรัวเร็วได้ คำและวลีอย่างเช่น "แบบว่า" "มันเป็นอะไรที่" และ "ประมาณนั้น" จะหายไป คำที่พูดเวลานึกอะไร ไม่ออกอย่าง "เอ่อ" และ "อ่า" ก็จะหายไปด้วยเช่นกัน และควรฝึกฝน จังหวะการหยุดด้วย เพราะจะช่วยให้คุณ แก้ปัญหาเหล่านี้ได้

4. เอาตัวคุณเองเป็นกรณีศึกษา ทำไมคุณถึงควรได้งานนี้? คุณเป็นคนที่ดีที่สุด สำหรับงานนี้ นั่นคือเหตุผล!! คุณต้องเชื่อว่าคุณเป็นคนที่ดี

เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com

ที่สุด สำหรับงานนี้ หรือคุณไม่สามารถเชื่อมั่น คนอื่นได้มากกว่านี้ ก็จริงล่ะ ที่ว่าคุณอาจไม่มีประสบการณ์ ที่จำเป็นนั้นซะทั้งหมด แต่คุณก็ได้เข้าสัมภาษณ์แล้วไม่ใช่หรือ

? หลังจากคุณได้สาธยาย ทักษะเฉพาะด้านของคุณ ในระหว่างการสัมภาษณ์ บทสรุปของประเภท และลำดับขั้นของทักษะ และประสบการณ์จะทำให้ เป็นที่พอใจมากชึ้นไปอีก "คุณสมชาย ตลอดระยะเวลา 10 ปีของประสบการณ์ ทางวิชาชีพของผม ผมได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ ความสามารถเฉพาะด้าน และการพัฒนาลูกค้า ซึ่งผมเชื่อว่า คุณกำลังหาคนที่เหมาะสมอยู่ คุณจะรับผมไว้ทำงานได้ไหมครับ ผมจะพยายาม และฝ่าฟันจนกลายเป็น สมาชิกที่มีค่าคนหนึ่ง ของหน่วยงานครับ" การ "ปีน" เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดนั้น ไม่จำเป็นต้องพยายามอยู่คนเดียว อย่างโดดเดี่ยว ควรหาความช่วยเหลือ จากคนที่คุณเห็นว่า ให้คำแนะนำได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ที่ปรึกษาผู้ดูแล อาจารย์ครูฝึกอาชีพ หรือเพื่อนร่วมงาน พวกเขาจะมีความสุข ที่คุณมองเขาเป็น "ทรัพยากรที่มีค่า" ด้วยสิ่งที่จำเป็น เช่น การฝึกซ้อม การวิจัย การ "โชว์แล้วเล่า" และความมั่นใจ แล้วการสัมภาษณ์ ก็จะไม่ทำให้คุณ กลัวเหมือนที่ผ่านมา

วิธีเอาตัวรอดจาก 9 คำถามสัมภาษณ์งาน บ่อยครั้ง "คำถาม" ในการสัมภาษณ์ ก่อนรับเข้าทำงาน สร้างความตื่นเต้น จนหนุ่มสาวออฟฟิศ หลายคนสอบตก "การสัมภาษณ์งาน" ช่วยให้หน่วยงานผู้จ้าง รู้จักพนักงานใหม่ ที่จะรับเข้ามาร่วมงาน ทั้งในด้านวิชาความรู้ ทัศนคติ ไปจนถึงลักษณะนิสัยส่วนตัว ลองอ่านคำถามทั้ง 9 ข้อต่อไปนี้ พร้อมคำตอบ ที่มีไว้ให้ คุณรู้สึกอย่างไร กับคำตอบเหล่านั้น

1. เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวคุณ ให้พวกเราฟังหน่อย? • "ผมมีประสบการณ์ ครอบคลุมด้านพัฒนา กลยุทธ์ทางการตลาดอย่างกว้างขวาง รวมทั้งตรวจสอบการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่" • "ผมก็เป็นเหมือนกับมนุษย์ทั่วไป ที่เขาเป็นกันนั่นแหละครับ" • "ผมเป็นแบทแมน!"

2. อะไรคือข้อเสียที่สุดในตัวคุณ • "ผมเป็นคนค่อนข้างนิยมชมชอบ ความสมบูรณ์แบบ และมีความภาคภูมิใจในหน้าที่การงาน ที่ต้องรับผิดชอบอย่างมาก" • "ผมอยู่นิ่งไม่เป็น ซนเหมือนลูกม้ายังไงยังงั้น"

3. เพราะเหตุใดคุณจึงตัดสินใจ ลาออกจากงานที่ทำอยู่เดิม • "ความสามารถของผม มีมากกว่าตำแหน่งเดิม ที่หน่วยงานเสนอให้" เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com

• "

ผมมีปัญหาเล็กน้อยเกี่ยวกับข้อตกลงเรื่องการว่าจ้าง" • "นโยบายการล้างมือที่นั่นเข้มงวดเกินไป" • "เพื่อนร่วมงานที่นั่น ถามนู่นถามนี่มากเกินไป" • "เดาได้เลย.....ว่าคุณไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์"

4. ถ้าคุณกับเจ้านายเกิดความตึงเครียด เรื่องการทำงานระหว่างกัน คุณจะจัดการอย่างไร • "ผมเชื่อว่า การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา จะช่วยคลี่คลายได้ทุกปัญหา" • "ผมจะใช้นโยบายความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้าช่วย"

5. คุณต้องการเงินเดือนเป็นค่าตอบแทนเท่าใด • "ควรจะเทียบเคียงได้กับอัตราทั่วไปในปัจจุบัน" • "ผมไม่ทราบ แล้วเท่าไหร่ล่ะ ที่คุณตัดสินใจมาทำงานให้กับที่นี่" 6. คุณเคยทำงานให้กับระดับผู้จัดการ ที่ยากในการทำงานด้วย หรือไม่ • "โดยทั่วไป ผมมีลักษณะนิสัยที่เข้ากับคนอื่นๆ ได้ดี" • "ก็เคยอยู่บ้าง แต่รับรองได้ คุณจะไม่ได้ยินข่าวคราวจากเขาแน่นอน"

7. คุณจะเสนอขาย "ที่เย็บกระดาษ" ตัวนี้ ให้กับลูกค้าอย่างไร • "ควรจะรวบรวมการวิจัย ทางการตลาดให้มากๆ ก่อนเป็นอันดับแรก" • "ยื่นข้อเสนอในสิ่งที่คนซื้อไม่สามารถปฏิเสธได้" • "จ้างพนักงานแนะนำที่เป็นผู้หญิง ลูกค้าพร้อมจะเออออไปกับคนขายสวยๆ อยู่แล้ว"

8. ลองแสดงให้พวกเราเห็นถึงความมีอารมณ์ขันของคุณ • "ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมยังพอมองหารอยยิ้มได้ ในสถานการณ์นั้น" • "ผมอยู่ตรงหน้าคุณแล้วไง... รึไม่มีใครมองเห็นผม" • "ดึงนิ้วมือผมเล่นสิ"

9. ทำไมพวกเราจึงควรจ้างคุณ • "ผมสามารถช่วยงานหน่วยงานคุณได้" • "เพราะลึกๆ แล้ว คุณชอบผมน่ะสิ" • "ไม่เอาน่า... คุณมักทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากเสมอๆ เลยนะ" คำตอบแรกของทุกคำถาม คือคำตอบที่สร้างทัศนคติในเชิงบวกในการสัมภาษณ์งาน หากวันใดที่คุณเดินเข้าไปสมัครงาน หรือเปลี่ยนงาน และได้ยินคำถามเหล่านี้ หวังว่าคำตอบของคุณ คงอยู่ในแดนบวก มากกว่าลบ เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com

สิ่งที่ "ควรทำ" และ "ไม่ควรทำ" ในการสัมภาษณ์งาน

แม้ว่าผู้สัมภาษณ์งานแต่ละคน จะไม่ถามอะไรที่เหมือนกัน "เป๊ะ" แต่ก็ยังพอคาดเดาคำถาม ที่คุณต้องเผชิญได้ล่วงหน้า ดังนั้น ถ้าคุณกำลังมองหาหนทาง ที่จะเลื่อนตำแหน่งงานงาน โดยการโยกย้ายหน่วยงานใหม่ ก็จงทำการบ้านเพื่อเตรียมคำตอบที่ "ฉลาดๆ" ไว้ก่อน ต่อไปนี้คือ

QUOTE 
ความคิดเห็นที่ #3
too
too
IP: 223.205.246.x
6 เดือนที่ผ่านมา
เคล็ดลับ "สัมภาษณ์งาน" การสัมภาษณ์งาน ไม่ต่างอะไร กับการปีนเขานัก เพราะถ้าพลาดพลั้ง ขึ้นมาเมื่อใด หมายถึงหายนะเมื่อนั้น ถ้าปราศจากการเตรียมตัวที่ดี กำลังปีนๆ อยู่ก็อาจร่วงหล่นลงมาได้ง่ายๆ ต่อไปนี้ คือ เกร็ดการเตรียมตัว สำหรับการสัมภาษณ์งาน ที่คุณอาจมองข้ามไป เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com 1. " ทำการบ้าน" มาก่อน พนักงานหน่วยงานใหญ่รายหนึ่ง เล่าให้ฟังว่าเขา ถูกเรียกไปสัมภาษณ์งาน ก็เพราะหน่วยงานประทับใจ ที่เขาโทรไปสอบถามข้อมูล ของหน่วยงานก่อน การสัมภาษณ์ และเขาเป็น เพียงคนเดียว ที่ทำเช่นนั้น และเขาก็ได้งานในที่สุด การทำการค้นคว้า หาข้อมูลอย่างเปิดเผย จะช่วยคุณได้มาก ในการสัมภาษณ์ เพราะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า คุณมีความสนใจ ในหน่วยงาน หรือตำแหน่งนั้นๆ และสามารถทำให้คุณ เป็นผู้สมัครที่มีคุณสมบัติ ครบด้วยข้อมูลพื้นฐาน ที่คุณเตรียมไว้ คุณจะสามารถ ทำให้ประสบการณ์ และทักษะของคุณ มาบรรจบ กับสิ่งที่คุณรู้ว่า นายจ้างต้องการ ในการเตรียมตัว เพื่อสัมภาษณ์งาน คุณควรใช้ประโยชน์ จากห้องสมุดร้านหนังสือ งานบริการนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย และอินเทอร์เน็ต ให้เป็นประโยชน์ เพราะแหล่งข้อมูล เหล่านี้จะเป็นวิธีที่ดี ที่จะทำให้คุณได้มา ซึ่งข้อมูล ของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นเวบไซต์ของหน่วยงาน หรือจากงานวิจัยของบุคคลอื่น 2. "โชว์ให้ดูแล้วเล่าให้ฟัง" "show-and-tell" หรือ "โชว์ให้ดูแล้วเล่าให้ฟัง" เป็นเทคนิคประการหนึ่ง ที่สามารถหยิบมาใช้ ในการสัมภาษณ์งานได้ ทั้งนี้ เพราะการแสดง ให้เห็นตัวอย่างของทักษะ ที่คุณมีจะได้ผลดีกว่า การพูดคุยอย่างเดียว วิธีการ "show-and-tell" ก็เช่นการนำเสนอรายงาน การทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การวิเคราะห์ทำนายผล และหนังสือรับรอง หรือประกาศนียบัตร และถ้าคุณไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ที่จะสามารถโชว์ "พอร์ทโฟลิโอ" ของคุณได้ คุณควรนำเอาประสบการณ์ที่ "จับต้องได้จริง" มาแสดงให้เห็น มีนายจ้างจำนวนมาก ที่ใช้เทคนิคการ "สัมภาษณ์โดยดูความประพฤติ" พวกเขาเชื่อว่าพฤติกรรม ที่ผ่านมาจะเป็นตัวบ่งชี้พฤติกรรม ในอนาคต ดังนั้น ถ้าคุณถูกถาม เกี่ยวกับทักษะทั่วไป จงยกตัวอย่าง ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เปรียบ จากผู้สัมภาษณ์คนอื่น 3. ฝึกฝน! ฝึกฝน! ฝึกฝน! น่าแปลกใจที่ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวนมากชอบ "ด้นกลอนสด" ทั้งที่การไม่ฝึกฝน จะทำให้คุณรู้สึกเหมือน นักปีนเขามือเปล่า ที่ไม่มีเชือกไว้ป้องกัน การพลัดตก การเตรียมคำตอบไว้ ทำให้คุณได้เปรียบ เพราะคุณสามารถทดลอง หาประโยค และคำที่เหมาะสม ในขณะที่พูดออกไปดังๆ และการเตรียมคำตอบ ที่เป็นไปได้ ไว้ให้พร้อมจะช่วย ลดความตื่นเต้น และถ้อยคำที่ "สั่น" และรัวเร็วได้ คำและวลีอย่างเช่น "แบบว่า" "มันเป็นอะไรที่" และ "ประมาณนั้น" จะหายไป คำที่พูดเวลานึกอะไร ไม่ออกอย่าง "เอ่อ" และ "อ่า" ก็จะหายไปด้วยเช่นกัน และควรฝึกฝน จังหวะการหยุดด้วย เพราะจะช่วยให้คุณ แก้ปัญหาเหล่านี้ได้ 4. เอาตัวคุณเองเป็นกรณีศึกษา ทำไมคุณถึงควรได้งานนี้? คุณเป็นคนที่ดีที่สุด สำหรับงานนี้ นั่นคือเหตุผล!! คุณต้องเชื่อว่าคุณเป็นคนที่ดี เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com ที่สุด สำหรับงานนี้ หรือคุณไม่สามารถเชื่อมั่น คนอื่นได้มากกว่านี้ ก็จริงล่ะ ที่ว่าคุณอาจไม่มีประสบการณ์ ที่จำเป็นนั้นซะทั้งหมด แต่คุณก็ได้เข้าสัมภาษณ์แล้วไม่ใช่หรือ ? หลังจากคุณได้สาธยาย ทักษะเฉพาะด้านของคุณ ในระหว่างการสัมภาษณ์ บทสรุปของประเภท และลำดับขั้นของทักษะ และประสบการณ์จะทำให้ เป็นที่พอใจมากชึ้นไปอีก "คุณสมชาย ตลอดระยะเวลา 10 ปีของประสบการณ์ ทางวิชาชีพของผม ผมได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ ความสามารถเฉพาะด้าน และการพัฒนาลูกค้า ซึ่งผมเชื่อว่า คุณกำลังหาคนที่เหมาะสมอยู่ คุณจะรับผมไว้ทำงานได้ไหมครับ ผมจะพยายาม และฝ่าฟันจนกลายเป็น สมาชิกที่มีค่าคนหนึ่ง ของหน่วยงานครับ" การ "ปีน" เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดนั้น ไม่จำเป็นต้องพยายามอยู่คนเดียว อย่างโดดเดี่ยว ควรหาความช่วยเหลือ จากคนที่คุณเห็นว่า ให้คำแนะนำได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ที่ปรึกษาผู้ดูแล อาจารย์ครูฝึกอาชีพ หรือเพื่อนร่วมงาน พวกเขาจะมีความสุข ที่คุณมองเขาเป็น "ทรัพยากรที่มีค่า" ด้วยสิ่งที่จำเป็น เช่น การฝึกซ้อม การวิจัย การ "โชว์แล้วเล่า" และความมั่นใจ แล้วการสัมภาษณ์ ก็จะไม่ทำให้คุณ กลัวเหมือนที่ผ่านมา วิธีเอาตัวรอดจาก 9 คำถามสัมภาษณ์งาน บ่อยครั้ง "คำถาม" ในการสัมภาษณ์ ก่อนรับเข้าทำงาน สร้างความตื่นเต้น จนหนุ่มสาวออฟฟิศ หลายคนสอบตก "การสัมภาษณ์งาน" ช่วยให้หน่วยงานผู้จ้าง รู้จักพนักงานใหม่ ที่จะรับเข้ามาร่วมงาน ทั้งในด้านวิชาความรู้ ทัศนคติ ไปจนถึงลักษณะนิสัยส่วนตัว ลองอ่านคำถามทั้ง 9 ข้อต่อไปนี้ พร้อมคำตอบ ที่มีไว้ให้ คุณรู้สึกอย่างไร กับคำตอบเหล่านั้น 1. เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวคุณ ให้พวกเราฟังหน่อย? • "ผมมีประสบการณ์ ครอบคลุมด้านพัฒนา กลยุทธ์ทางการตลาดอย่างกว้างขวาง รวมทั้งตรวจสอบการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่" • "ผมก็เป็นเหมือนกับมนุษย์ทั่วไป ที่เขาเป็นกันนั่นแหละครับ" • "ผมเป็นแบทแมน!" 2. อะไรคือข้อเสียที่สุดในตัวคุณ • "ผมเป็นคนค่อนข้างนิยมชมชอบ ความสมบูรณ์แบบ และมีความภาคภูมิใจในหน้าที่การงาน ที่ต้องรับผิดชอบอย่างมาก" • "ผมอยู่นิ่งไม่เป็น ซนเหมือนลูกม้ายังไงยังงั้น" 3. เพราะเหตุใดคุณจึงตัดสินใจ ลาออกจากงานที่ทำอยู่เดิม • "ความสามารถของผม มีมากกว่าตำแหน่งเดิม ที่หน่วยงานเสนอให้" เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com • " ผมมีปัญหาเล็กน้อยเกี่ยวกับข้อตกลงเรื่องการว่าจ้าง" • "นโยบายการล้างมือที่นั่นเข้มงวดเกินไป" • "เพื่อนร่วมงานที่นั่น ถามนู่นถามนี่มากเกินไป" • "เดาได้เลย.....ว่าคุณไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์" 4. ถ้าคุณกับเจ้านายเกิดความตึงเครียด เรื่องการทำงานระหว่างกัน คุณจะจัดการอย่างไร • "ผมเชื่อว่า การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา จะช่วยคลี่คลายได้ทุกปัญหา" • "ผมจะใช้นโยบายความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้าช่วย" 5. คุณต้องการเงินเดือนเป็นค่าตอบแทนเท่าใด • "ควรจะเทียบเคียงได้กับอัตราทั่วไปในปัจจุบัน" • "ผมไม่ทราบ แล้วเท่าไหร่ล่ะ ที่คุณตัดสินใจมาทำงานให้กับที่นี่" 6. คุณเคยทำงานให้กับระดับผู้จัดการ ที่ยากในการทำงานด้วย หรือไม่ • "โดยทั่วไป ผมมีลักษณะนิสัยที่เข้ากับคนอื่นๆ ได้ดี" • "ก็เคยอยู่บ้าง แต่รับรองได้ คุณจะไม่ได้ยินข่าวคราวจากเขาแน่นอน" 7. คุณจะเสนอขาย "ที่เย็บกระดาษ" ตัวนี้ ให้กับลูกค้าอย่างไร • "ควรจะรวบรวมการวิจัย ทางการตลาดให้มากๆ ก่อนเป็นอันดับแรก" • "ยื่นข้อเสนอในสิ่งที่คนซื้อไม่สามารถปฏิเสธได้" • "จ้างพนักงานแนะนำที่เป็นผู้หญิง ลูกค้าพร้อมจะเออออไปกับคนขายสวยๆ อยู่แล้ว" 8. ลองแสดงให้พวกเราเห็นถึงความมีอารมณ์ขันของคุณ • "ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมยังพอมองหารอยยิ้มได้ ในสถานการณ์นั้น" • "ผมอยู่ตรงหน้าคุณแล้วไง... รึไม่มีใครมองเห็นผม" • "ดึงนิ้วมือผมเล่นสิ" 9. ทำไมพวกเราจึงควรจ้างคุณ • "ผมสามารถช่วยงานหน่วยงานคุณได้" • "เพราะลึกๆ แล้ว คุณชอบผมน่ะสิ" • "ไม่เอาน่า... คุณมักทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากเสมอๆ เลยนะ" คำตอบแรกของทุกคำถาม คือคำตอบที่สร้างทัศนคติในเชิงบวกในการสัมภาษณ์งาน หากวันใดที่คุณเดินเข้าไปสมัครงาน หรือเปลี่ยนงาน และได้ยินคำถามเหล่านี้ หวังว่าคำตอบของคุณ คงอยู่ในแดนบวก มากกว่าลบ เปิดติวออนไลน์และติวทางไปรษณีย์ รายละเอียดที่ www.งานราชการไทย.com สิ่งที่ "ควรทำ" และ "ไม่ควรทำ" ในการสัมภาษณ์งาน แม้ว่าผู้สัมภาษณ์งานแต่ละคน จะไม่ถามอะไรที่เหมือนกัน "เป๊ะ" แต่ก็ยังพอคาดเดาคำถาม ที่คุณต้องเผชิญได้ล่วงหน้า ดังนั้น ถ้าคุณกำลังมองหาหนทาง ที่จะเลื่อนตำแหน่งงานงาน โดยการโยกย้ายหน่วยงานใหม่ ก็จงทำการบ้านเพื่อเตรียมคำตอบที่ "ฉลาดๆ" ไว้ก่อน ต่อไปนี้คือ
1
แสดงความคิดเห็นที่ 1-3 จากทั้งหมด 3 ความคิดเห็น
ข้อความ
ชื่อผู้โพส
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ตอบกระทู้

CATEGORY

แจกแนวข้อสอบ [0]

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม459,372 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด292,907 ครั้ง
เปิดร้าน12 ก.ย. 2559
ร้านค้าอัพเดท12 ธ.ค. 2560

CONTACT US

0863623059
facebook
ตะกร้าของฉัน (0)
มีสินค้าทั้งหมด 0 ชนิด 0 ชิ้น
0 บาทราคาสินค้าทั้งหมด
(ยังไม่รวมค่าจัดส่ง)
สั่งซื้อสินค้า
ตะกร้า
( 0 )
รายการสั่งซื้อของฉัน
เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
รายการสั่งซื้อของฉัน
ข้อมูลร้านค้านี้
ร้านศูนย์รวมแนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ศูนย์รวมแนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ศุนย์รวมจำนายแนวข้แสอบราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน ครอบคุม ตรงประเด็น กระชับ เข้าใจง่าย รวมเนื้อหาและสรุปแนวข้อสอบวิชาทั่วไปและวิชาเฉพาะตำแหน่งไว้ที่นี่ ที่เดียว
เบอร์โทร : 0863623059
อีเมล : jobdd2016@gmail.com
ส่งข้อความติดต่อร้าน
เกี่ยวกับร้านค้านี้
สินค้าที่ดูล่าสุด
ดูสินค้าทั้งหมดในร้าน
สินค้าที่ดูล่าสุด
บันทึกเป็นร้านโปรด
Join (สมัครสมาชิกร้าน)
แชร์หน้านี้
แชร์หน้านี้
พูดคุยกับร้านนี้

TOP เลื่อนขึ้นบนสุด
Go to Top